Blogger picture menu

Showing posts with label Skincare. Show all posts
Showing posts with label Skincare. Show all posts

Sunday, June 9, 2019

[Skincare Review] Laneige Cream Skin Refiner, ฤานี่จะเป็นโฉมใหม่ของโลก Moisturiser?!?


Laneige Cream Skin Refiner

ด้วยความที่ไม่สามารถอดทนต่อความมหัศจรรย์ของ Laneige Cream Skin Refiner (150ml/ THB 950.- net - Tester Size 50ml, Not for sale) ที่เค้านำเสนอว่าเป็น "ครีมในรูปแบบน้ำ?!" ซึ่งเอาจริงๆคือ เออเรายกให้เป็น Best Innovation Skincare ในตลาดปี 2019 ตัวหนึ่งเลยทีเดียวนะ คือมันจริง! ถือว่าปลอมปะโลมผิวที่กำลังแสบเพราะการใช้ Peeling Gel อย่างเมามันส์ - -" หนูๆอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ

ก่อนอื่น ตัวนี้มันมหัศจรรย์ด้วยส่วนผสมเรื่องของ เนื้อสัมผัสล้วนๆ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาในรูปแบบน้ำ คือน้ำเลยจริงๆ ไม่ใช่น้ำเหนียวเหมือน น้ำตบ หรือเป็นอีมัลชั่นข้นๆ ซึ่งมันผิดวิสัยพวกสกินแคร์ที่มีน้ำมัน เพราะปกติถ้าในสูตรมีน้ำมัน มันจะก็ต้องข้นขึ้นไม่มากก็น้อยเหมือนพวกอีมัลชั่น / ครีมทาผิวนั่นล่ะ 

ตัวนี้พอทาเข้าไปแล้วเฮ้ยมันชุ่มชื้นมากเลยนะ แบบ ชุ่มชื้นเหมือนทาครีมเลย ผีหลอกมาก! ไม่จกตา ความรู้สึกคือมีอะไรเคลือบผิวนะแต่ในขณะเดียวกันมันไม่ได้มีฟิวลิ่งหนึบหนับเหมือนพวกไนท์ครีมเลยล่ะ


มาถึงเรื่องส่วนผสม ส่วนผสมที่มีประโยชน์ที่สุดในน้ำตบตัวนี้คือ Meadowfoam Seed Oil ซึ่งเราถือว่าทาง Laneige ฉลาด เพราะน้ำมันตัวนี้มีน้ำหนักเบามากและเป็นมิตรกับทุกสภาพผิว (ไม่ค่อยมีคนอุดตัน) ส่วนตัวเราชอบน้ำมันตัวนี้มากเพราะทำให้ผิว Glow ดูใสอิ่มน้ำขึ้นมากๆ น้ำมันตัวนี้ไม่ใช่ของใหม่ในโลกสกินแคร์ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมผสมในสกินแคร์ระดับ Counter Brand อย่าง Kose ก็ชอบใส่ส่วนผสมนี้มากเลย อาจด้วยปริมาตรต่อ ml อาจจะค่อนข้างแพงจ่ะ
ติดนึดนึงว่า - นอกจากน้ำมันตัวนี้แล้ว.. น้ำตบตัวนี้ไม่ได้มีส่วนผสมอื่นๆที่ช่วยบำรุงผิวเลย... สารสกัด Green Tea / Vitamin E ให้มาปริมาณน้อยกว่าสารกันเสียอีก...
แต่! เรายังอยากให้ทุกคนไปลองตัวนี้นะ Feeling มันแปลกใหม่มาก!
เหมาะกับหน้าร้อน เราแนะนำว่าตัวนี้ทุกคนอย่าเอามาใช้แทนน้ำตบตัวเดิมที่ใช้กันอยู่อย่าง Biotherm หรือ SKII เราอยากให้มองมันเป็น moisturizer ในรูปแบบน้ำจริงๆ 

- ควรใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังทาเซรั่มทุกตัวแล้ว หรือ
- ใช้เป็น Booster ก่อนจะทา moisturizer เหมือนความอิ่มน้ำขั้นสุด
- ถ้าใครจะใช้เป็นน้ำตบดูแลผิวหลังทำ Theatment มาก็โอเคนะ!

Final Verdict
ผิวแห้ง - แห้งมาก : ส่วนตัวเราคิดว่าส่วนตัวไม่พอ กลางวันอาจจะใช้เดี่ยวได้ แต่ตอนกลางคืนถ้าทาใช้ก่อนทา Mostierzer มันจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแน่ๆ 

ผิวผสม - ผิวมันขาดน้ำ : ตอบโจทย์เลย เพราะให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่เนอะ เราใช้แทน Day Cream เลยผิวหน้าดีขึ้นมั่กๆ  ส่วนตอนกลางคืนถ้าใครไม่ชอบเหนอะหนะ ตัวเดียวก็เอาอยู่จ่ะ
ผิวแพ้ง่าย - น่าลองเพราะตัวนี้ไม่ Alcohol, ไม่มี Silicone, ไม่มี Mineral Oil, ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ไม่มีกลิ่น และ ไม่ใช้สารกันเสียในรูปแบบ Parabens
ส่วนผสม : Purified Water, Butylene Glycol, Glycerin, Meadowfoam Seed Oil, 1,2-Hexanediol, Polyglyceryl-10 Stearate, Glyceryl Stearate Citrate, Sodium Stearoyl Glutamate, Inulin Lauryl Carbamate, Glyceryl Caprylate, Ethylhexylglycerin, Propanediol, Disodium EDTA, Green Tea, Tocopherol

บล็อกนี้ขอลาไปก่อน ฉะแว้บ!

^ ^
( . _ . )

Have a good day <3

Bliss of Skin

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ blissofskin.blogger.com

Tuesday, April 9, 2013

[Skincare Review] Lactacyd เอามาล้างหน้า!?


แลคตาชิด เอามาล้างหน้า แลคตาชิด เอามาล้างหน้า แลคตาชิดเอามาล้างหน้า...
ได้จริงอ่ะ?!?

เป็นความคิดที่คลาแคลงใจขณะแรก ที่ได้ยินว่าสามารถเอา แลคตาซิด มาล้างหน้าได้
จะเพราะอะไรล่ะอีกครับ เพราะ แลคตาชิด มันเอาไว้ล้างของต่ำนี่น่า

Picture by iphone 4s
ยอมรับว่าตกใจมาก ตอนได้ยินว่า เอามาล้างหน้าแล้วหน้าใสนะตัวเธอว์
(จริงๆ ก็ได้ยินมานานมากกก แล้วแต่ก็ไม่กล้าเอามาล้างหน้าจริงๆ ซักที)
เอาน้ำยาล้างหน้าจิมมี่ กับ ปิ้กก้า มาล้างหน้า...
…ก็รู้สึกตะหงิดๆ

แต่พอเอามาคิดดีๆแล้วก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น

จริงแล้วๆ มันก็น้ำยา + Package = น้ำยาอะไรก็ว่าไป
แล้วก็โดนการตลาดบังคับว่า ต้องใช้อย่างนู้นต้องใช้อย่างงู้น อย่างงี้ต้องใช้อย่างงี้
การตลาดชัดๆ
- -

ก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่านี้ กลับมาเรื่องแลคตาชิดดีกว่าเนอะ
หลังจากศึกษาเรื่อง Ingredents ของพวกเครื่องสำอางค์ต่างๆ

ก็ต้องยอมรับว่า แลคตาซิด ก็ค่อนข้างมีดีนะตัวเธอว์
ก่อนอื่น น้ำยาตัวนี้มีดีที่สุดเรื่อง สารทำความสะอาดอ่อนโยน และ PH ที่เป็นกรดอ่อน 
ช่วยรักษาสภาพกรดอ่อนของผิวได้ แถมยัง ไม่มี SLS อีกด้วยครับ

โฟมล้างหน้าตัวเก่าก็หมด ลองซื้อมาลองหน่อยก็ได้ครับ
เดี่ยวได้ผลยังไงมาลองบอกเล่าให้ฟัง ในบล็อคหลังครับ

บล็อกนี้ขอลาไปก่อน ฉะแว้บ!
^ ^
( . _ . )


Have a good day <3

Bliss of Skin

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ blissofskin.blogger.com

Tuesday, December 25, 2012

[HOW TO] Making OCM [Oil Cleansing Method]

หลังจากที่ผมได้เริ่มใช้ RAW/Homemade skincare มาซักพักหนึ่งผมก็เกิดความรู้สึกประทับใจขึ้น
แล้วผมก็อยากเอามาแนะนำให้เพื่อนได้ลองใช้ ลองทำกันครับ

อธิบายคร่าวๆก็พวก RAW/Homemade skincare เนี้ยจะเป็นเหมือนสกินแคร์ทำเอง ที่ใช้ของในบ้าน
ต่างๆทำ ไม่พ่านการปรุงแต่ง โดยจะมีความอ่อนโยนและไม่มีสินตกค้างเท่ากับพวกสกินแคร์ปกติครับ

เดี๋ยว Blog หลังๆผมจะมาแนะนำวิธีการของขั้นตอนอื่นๆอีก และรวมไปถึงส่วนประกอบของอื่นๆ อีกครับ
แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำก่อนว่า OCM คืออะไร

OCM คือ Oil Cleansing Method ครับ เป็นขั้นตอนแรกในการล้างหน้า
มันก็คือ Cleansing oil ไว้สำหรับเช็ดครีมกันน้ำ และ เครื่องสำอางนี่แหละครับ
แต่มันจะดีกว่าพวก Cleansing oil ปกติตรงที่มันจะ อ่อนโยน และ เป็นธรรมชาติมากกว่า
และไม่มีส่วนผสมจากสารเคมีสังเคราะห์ต่างๆที่จะทำให้หน้าเราแย่ได้ในระยะยาว

ใน OCM เราจะใช้ น้ำมัน ทั้งหมด 2 ชนิดครับคือ
1. Castor oil หรือ น้ำมันระหุ่ง

น้ำมันระหุ่งเป็นน้ำมันชนิดหนึ่งครับมีหลายเกรดและหลายสรรพคุณครับ กินเป็นยาระบายช่วยถ่ายได้
สำหรับประโยชน์สำหรับผิวหน้า น้ำมันระหุ่งช่วยดึงความสกปรกออกจากผิวหนังได้ 
แต่ถ้าใช้เยอะเกินไปจะทำให้หน้าแห้งครับต้องผสมน้ำมันอื่นๆด้วย
[ตรงจุดนี้ผมเลยชอบ Raw skincare ด้วยครับมีประโยชน์ใช้สอยได้หลายอย่าง]

เกรดที่นำมาใช้เป็น Food Grade หรือที่นำมากินนั่นเอง
อย่าใช้ที่ตามร้านขายรถบังคับนะครับ อันนั้นมีพิษ เพราะยังไม่ได้พ่านขบวนการทำความสะอาด
และควรเลือกแบบที่ไม่มีน้ำตาลด้วยนะครับ

2.น้ำมันชนิดใดก็ได้
ผมใช้เป็นน้ำมันมะพร้าว เพราะมีเหลืออยู่จากการนำมากิน
สำหรับน้ำมันล้างหน้า คุณจะใช้เป็นอะไรก็ได้ครับ ทั้ง Mineral Oil, Olive oil บลาๆ
แต่เป็นไปได้ควรเลือกชนิดที่ไม่แพงมาก เพราะเนื่องจากไม่ได้อยู่บนหน้าเรานานครับนวด
พอสิ่งสกปรกหลุดก็ล้างออก แต่ถ้าใครอยาได้ประโยชน์จากน้ำมันก็ลองเลือกเป็นชนิด
สกัดเย็นดูครับ เพราะ Vitamin และ Anti-Oxidant ยังไม่หายไป
[บางคนอ่านจนถึงตอนนี้แล้วอาจสงสัยว่า ทำไมใช้แต่น้ำมัน คนหน้ามันใช้แล้วไม่อุดตันหรอ
จริงๆแล้ว มากกว่า 80% ของเครื่องสำอางในตลาดมีน้ำมันผสมอยู่ครับ เพราะฉะนั้น มันขึ้นอยู่
กับว่าน้ำมันตัวไหนอุดตันผิวได้ง่ายกว่า สำหรับคนผิวมันก็เลือกใช้เป็น Jojoba oil ก็ได้ครับ ของ
พวกนี้ขึ้นอยู่กับผิวหน้าเรามากกว่า]

เสร็จแล้วก็ต้องมีขวดเปล่าๆ 1 ใบไว้ผสมครับ

เสร็จแล้วก็นำไปมาผสมกันครับ
โดยปรับอัตราส่วนให้เหมาะสมกับผิวหน้า
ถ้าหน้าแห้ง ก็ใช้ประมาณ Castor oil 1 ส่วน ต่อน้ำมันอื่น 9 ส่วน
ถ้าผิวผสมใช้ 2:8 ถ้าผิวมันหรือมีสิวอุดตัน ก็ควรใช้ประมาณ 3:7 ตามลำดับ
ทั้งนี้ต้องลองดูจากผิวหน้าของเราเองครับว่าเหมาะสมกับระดับไหน ลองหาจุดเหมาะสมดู
ในครั้งแรกๆ ลองใช้ที่น้อยๆก่อนดู หลังจากได้สูตรที่ดีแล้ว ก็ทำทีละเยอะๆได้เลยครับ
ของผมจะอยู่ที่ประมาณ 2:8 ครับ ใช้ 3:7 หน้าจะแห้งไปนิดนึงครับ

หลังจากเทลงไปน้ำมัน มันจะแยกชั้นอยู่ก็เขย่าให้เข้ากันนิดนึงก็เป็นอันเสร็จพิธี


นี่ครับเสร็จแล้ว
ผมลองใช้มาซักพัก ก็รู้สึกว่า หน้าสะอาดและเกลี้ยงขึ้นเยอะ และสิวอุดตันเนี้ยลดลง เพราะ เวลานวดเนี้ยบางทีเม็ดสิวที่ใกล้หลุดมันจะหลุดออกมาด้วยเลยครับ เห็นว่ามันดีเลยมาแนะนำกัน

ส่วนคราบมันหลังการนวดก็ให้ใช้กระดาษทิดชู่เช็ดออกหนึ่งรอบก่อน ล้างหน้าด้วยโฟม/เจลตามปกติ
นะครับ แล้วคุณจะได้สัมพัสหน้านุ่มๆ จากธรรมชาติ

แล้วของพวกนี้ไม่จะเป็นต้องเป็ะมากครับ ทำเองใช้เอง ผมว่ามันเป็นสเน่ห์ของ Raw/Homemade skincare
อย่างหนึ่งเราอาจปรับไปตามช่วงฤดู และ อากาศในช่วงนั้นให้เหมาะสมที่สุด เราจะได้ใช้ของที่เหมาะสม
ที่สุดในช่วงเวลานั้น เพราะไม่มีใครรู้สภาพผิวหน้าของตัวคุณเองดีกว่าตัวคุณเองหรอกครับ

ยังไงถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับ OCM ก็สามารถถามได้นะครับ
ส่วน Blog นี้ลาไปก่อนสวัสดีครับ

Have a good day <3

Bliss of Skin

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ blissofskin.blogger.com



Monday, July 16, 2012

[Skincare Review] Thursday Plantation : Tea Tree Ointment

ผมได้สกินแคร์ฝากมาจากคุณน้า เลยจะนำมาเป็นพลิตภัณท์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้
เป็นผลิตภัณท์จาก Thursday Plantation
ซึ่งเป็นพลิตภัณท์ นำเข้าจาก ออสเตเลีย
โดยส่วนผสมหลักจะเป็น Tea Tree oil ซึ่งช่วยในเรื่องสิวเป็นหลัก

โดยผลิตภัณท์ที่จะนำมารีวิวในครั้งนี้คือ
Thursday Plantation:Tea Tree Ointment (50ml/ - Bath)

Tea Tree Ointment นี้มันก็คือขี้ผึ้งจากธรรมชาติครับมีส่วนผสม  Tea Tree Oil 100% และ Vitamin E ด้วย
เนื้อผลิตภัณท์เป็นเหมือนขี้ผึ้งครับมีกลิ่น ​Tea Tree พอควร ผลิตภัณท์ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมนะครับ พอวอร์มครีมหน่อย เนื้อจะเหลวเป็นน้ำ หลังจากนั้นทาให้ทั่วหน้า
ปริมาณในการใช้ครั้งหนึ่งไม่ต้องเยอะมากนะครับ ประมาณปลายนิ้วชี้ ก็เพียงพอแล้วครับ

ผลลัพธ์ต้องบอกว่า ประทับใจมากเลยครับ Tea Tree Ointment ช่วยทำให้สิวแห้งกลายเป็นเม็ดไตแข็ง
แล้วจะหลุดออกมาเองเวลาล้างหน้า แต่ผลลัพธ์นี้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะครับ
อาจพลิกแผลงวิธีใช้เป็น แต้มตรงหัวสิว ก็ช่วยให้หัวสิวอักเสบยุบลงเร็วเหมือนกัน

นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ทาส่วนแห้งกร้านอื่นๆ เช่นข้อศอก หัวเข่า นอกจากนี้ยังใช้
จุดที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อยได้ด้วย

ผลิตภัณท์ตัวนี้เหมาะสมกับทุกสภาพผิวครับ แต่อาจไม่เหมาะกับ Oily Skin เท่าไร
น่าจะเหมาะกับพวก Sensitive - Acne Skin มากกว่าเนื้อจากเนื้อผลิตภัณท์ที่หนักนะครับ

ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับการ Review Thursday Plantation : Tea Tree Ointment
ส่วนครั้งหน้าจะเป็นพลิตภัณท์จากไหนรบกวน ติดตามบล็อคของผมกันต่อไปนะครับ

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ผมให้ 3ดาวเต็ม5ดาวครับ

Have a good day <3

Bliss of Skin

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ blissofskin.blogger.com